
ถึงเวลาทุบหัวซอมบี้ที่มีหัวโตเหมือน Funko Pop แล้ว
โดย Jarrett Green | โพสต์เมื่อ 9 กรกฎาคม 2026
พวกเราได้ใช้เวลาไปกับการทดลองเล่นเกม Zeverland เกมยิงปืนแนวผจญภัยและเอาชีวิตรอดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตัวเกมดูเหมือนจะเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างระบบการสร้างไอเทม (Crafting) / การฟาร์มของแบบฮาร์ดคอร์ เข้ากับความฮาหลุดโลกในธีมซอมบี้
นอกจากนี้ ทีมผู้พัฒนาเพิ่งบอกกับเราว่า พวกเขากำลังเปลี่ยนรูปแบบเกมจากเดิมที่เป็นเกมออนไลน์แนว MMO เล่นฟรี (Free-to-Play) มาเป็นเกมแนว PvE เอาชีวิตรอดสร้างของแบบซื้อขาดแทน (Buy-to-Play) โดยทีมงานกล่าวว่า “มันจะมอบประสบการณ์ทั้งการเล่นคนเดียว และการเล่นร่วมกันแบบ Co-op บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว เพื่อให้ผู้เล่นสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างและเอาชีวิตรอดคนเดียวหรือร่วมกับกลุ่มเพื่อนก็ได้”
ในช่วงการทดสอบตัวเกมรอบที่สองนี้ เราได้เห็นเควสต์ในช่วงต้นเกม, เส้นทางสู่การเริ่มต้นสร้างนิคม (Settlement) ของตัวเอง และได้สัมผัสการบุกปล้นในตัวเมืองอันตรายเพื่อค้นหาเสบียงล้ำค่า ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซอมบี้ สำหรับผมแล้ว คงต้องใช้เวลามากกว่านี้เพื่อดูว่ามันจะสู้กับเกมแนวเดียวกันในยุคปัจจุบันได้ดีแค่ไหน แต่ผมก็สนุกกับการใช้ขวานจามและยิงปืนเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเองในเกม

ดีไซน์ตลก แต่เนื้อเรื่องจริงจัง
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดที่ Zeverland มีเหนือเกมอื่น ๆ ในแนวนี้คือ “รูปลักษณ์ของมัน” มนุษย์ (และสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว) จะมีแขนขาที่ยาวผิดส่วนและหัวที่โตมาก มันไม่ได้ดูเป็นสไตล์จิบิซะทีเดียว แต่เหมือนกับหุ่นโมเดล Funko Pop ที่มีสัดส่วนร่างกายที่สมจริงกว่า
“บอกตามตรง ตอนแรกผมเข้าไม่ถึงมันเลย การเดินลุยป่าและโซนหมอกทึบด้วยตัวละครที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตา Bratz เนื้อตัวมอมแมมมันดูแปลก ๆ แต่พอนานไป หน้าตาที่แสดงอารมณ์ได้ชัดเจนแบบหัวโต ๆ นั้นก็เริ่มมีเสน่ห์ และมันไม่ได้ทำให้รู้สึกขัดตาเหมือนช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกที่ล็อกอินเข้ามา”
ในเกมนี้ NPC ทุกตัวที่คุณเจอจะให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากซีรีส์ The Walking Dead (ตึงเครียด จริงจัง) ในขณะที่ซอมบี้ทุกตัวที่คุณเจอ ซึ่งส่วนใหญ่แต่งตัวตลก ๆ หรือทำท่าเด๋อ ๆ กลับเหมือนหลุดมาจากหนัง Zombieland และสิ่งที่คุณทำได้ในเกมนี้หลายอย่างก็ฮาตกเก้าอี้มาก เช่น การจับเพื่อนร่วมทีมยัดใส่รถเข็นช้อปปิ้งแล้วเข็นไปชนศัตรู, เอาหัวซอมบี้มาเสียบไม้ทำเป็นอาวุธฉุกเฉิน หรือแม้กระทั่งการปาอุจจาระใส่คนอื่น
ระบบการฟาร์มและการสร้างของ
ใครที่เคยเล่นเกมแนวเอาชีวิตรอดซอมบี้มาก่อนน่าจะคุ้นเคยกับระบบพื้นฐานของ Zeverland ได้ไม่ยาก เพราะมันไม่ได้ฉีกไปจากโครงสร้างเดิม ๆ เท่าไหร่ สิ่งของแทบทุกอย่าง (ยกเว้นพื้นดิน) สามารถค้นหา พัง และเก็บรวบรวมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์หรือใช้เป็นวัตถุดิบตามสูตรสร้างของได้ ระบบ Crafting ค่อนข้างเป็นมาตรฐาน แต่มีลูกเล่นที่น่าสนใจคือ คุณสามารถสร้าง “ชิ้นส่วนตกแต่งขนาดเล็ก” เพื่อเพิ่มโบนัสสเตตัสให้กับอุปกรณ์สวมใส่ได้ และคุณยังสามารถถอดมันออกได้ด้วย เช่น ถ้าคุณติดแผ่นป้ายเพิ่มพลังป้องกันไว้ที่เสื้อตัวเก่า แล้วไปเจอเสื้อตัวใหม่ที่ดีกว่า คุณก็แค่ถอดชิ้นส่วนนั้นย้ายมาใส่เสื้อตัวใหม่ได้เลย ของทุกชิ้นมีค่าความทนทานและพังได้ แต่คุณสามารถซ่อมมันได้ทุกที่โดยไม่ต้องใช้โต๊ะคราฟต์ตราบใดที่มีวัตถุดิบครบ
ในแง่ของการค้นหาตามกล่อง ถังขยะ หรือตู้ Zeverland ให้ความรู้สึกคล้ายเกม 7 Days to Die ของที่อยู่ข้างในจะค่อนข้างตรงกับประเภทตู้ (เช่น ตู้เย็นมักมีอาหาร) แต่ก็มีโอกาสเจอของสุ่มแปลก ๆ เช่น กระสุนปืน โผล่มาได้เหมือนกัน นั่นแปลว่าคุณควรค้นทุกอย่างเพราะไม่มีทางรู้เลยว่าจะเจออะไร แต่แนะนำให้ค้นในที่ปลอดภัย เพราะการรื้อค้นต้องใช้เวลาและคุณอาจโดนลอบทำร้ายได้
ระบบทักษะ (Skills)
การเก็บขยะและกิจกรรมแทบทุกอย่างที่คุณทำในป่าร้างนี้จะสะสมแต้มประสบการณ์ (XP) คล้ายกับเกมซีรีส์ Elder Scrolls ยิ่งคุณทำสิ่งนั้นบ่อยเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น เลเวลทักษะจะเพิ่มขึ้นและให้พ้อยต์มาอัปเกรดความสามารถ โดยแบ่งทักษะเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ:
-
Life Skills (ทักษะชีวิต): เน้นการคราฟต์ของและการเอาชีวิตรอด (เช่น สายปฐมพยาบาลที่จะปลดล็อกสูตรฮีลที่ดีขึ้น ซึ่งจำเป็นมากเวลาโดนซอมบี้ล้อม)
-
Combat Skills (ทักษะการต่อสู้): เน้นเรื่องอาวุธ (เช่น ทักษะอาวุธมีคมที่ช่วยเพิ่มระยะเวลาและพลังโจมตีของสถานะเลือดไหล ซึ่งโกงมากในการเคลียร์ศัตรู)
สเกลต้นไม้ทักษะ (Skill Tree) ของเกมนี้ค่อนข้างลึก แต่แต้มสกิลก็แจกไวพอสมควร ทำให้รู้สึกได้ว่าตัวละครเก่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาฟาร์ม (Grind) จนน่าเบื่อ

อาวุธและการต่อสู้
อาวุธในเกมนี้หาได้ง่ายมาก ส่วนหนึ่งเพราะซอมบี้มักจะพกติดตัว และอีกส่วนคือคุณสามารถใช้กาวหรือเทปกาวรวมร่างสิ่งของเข้ากับไม้เพื่อสร้างอาวุธประดิษฐ์สุดโหดได้ ตอนแรกผมไม่รู้จะเอา การ์ดจอ (GPU) ที่เจอในกล่องไปทำอะไร จนกระทั่งรู้ว่าสามารถเอามามัดติดกับไม้กวาดเพื่อทำเป็นขวานฉุกเฉินได้! ความคิดสร้างสรรค์แบบนี้สนุกดีและเข้ากับความตลกของเกม
อย่างไรก็ตาม ขวานการ์ดจอของผมตกยุคอย่างรวดเร็วเพราะผมไปเจอ “ปืน” ตั้งแต่ช่วงต้นเกม (ซึ่งปกติเกมแนวนี้ต้องใช้เวลาเล่นเป็นชั่วโมงกว่าจะหาหรือคราฟต์ปืนได้) โดยดรอปจากซอมบี้ที่ถือปืนแกว่งไปมา ปืนในเกมนี้แรงมาก แต่ไม่ได้ทำให้เราอมตะ เพราะซอมบี้ทุกขนาดตบแรงมาก การสู้ระยะประชิดมีความเสี่ยงเสมอ ยิ่งถ้าเจอพร้อมกัน 2-3 ตัวนี่คือวิกฤตทันที เกมบังคับให้เราต้องเคารพความอันตรายของซอมบี้ แม้ว่าพวกมันบางตัวจะเอาหมวกกล่องกระดาษมาครอบหัวไว้ก็ตาม
ระบบเพื่อนร่วมทีม (Companions)
เหตุผลหลักที่ผมไม่ต้องเห็นหน้าจอเกิดใหม่บ่อยนัก เป็นเพราะ “ระบบเพื่อนร่วมทีม NPC” ผมเจอคนแรกตั้งแต่ช่วงต้นเกม เป็นนางพยาบาลชื่อแซนดร้า เธอช่วยนำทางผมทำเควสต์จนไปถึงเมืองสร้างที่พัก เธอไม่เคยห่างจากผมและมีบทบาทสำคัญมากเวลาสู้:
-
ทันทีที่ซอมบี้พุ่งใส่ผม เธอจะเข้ามาโจมตีและช่วยดึงความสนใจ ให้ผมถอยออกมายิงจากระยะไกลได้
-
หากผมพลาดท่าล้มลง เธอสามารถช่วยชุบชีวิต ผมได้ทันเวลาก่อนที่ตัวนับถอยหลังจะหมดลง (ตราบใดที่เธอไม่ล้มไปด้วย)
ข้อเสียคือคุณต้องคอยแชร์เสบียงและสวมใส่อุปกรณ์ให้พวกเขาด้วย เพราะพวกเขาก็หิว หิวน้ำ และบาดเจ็บได้เหมือนเรา หรือคุณจะสั่งให้พวกเขาเฝ้าบ้านคอยคราฟต์ของและดูแลฐานในขณะที่คุณออกไปฟาร์มก็ได้
ความหิว และ โซนหมอกมรณะ
ความกระหายและโดยเฉพาะความหิวเป็นศัตรูตัวฉกาจในช่วงแรก การหาอาหารให้พอสำหรับคน 2 คนในเมืองเริ่มต้นนั้นยากมาก หลังจากเก็บเบอร์รีจนหมดป่าละแวกนั้น เราต้องเสี่ยงชีวิตบุกเข้าไปในร้านขายของชำเก่า ๆ เพื่อหาผักสดและอาหารกระป๋อง การทำฟาร์มปลูกผักเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในระยะยาว แต่ในการทดสอบเวลามีจำกัด ผมเลยยังไม่ได้เห็นต้นแครอทโตเต็มที่ การปล่อยให้หิวส่งผลเสียรุนแรงเพราะพลังชีวิตจะไม่ฟื้นฟูอัตโนมัติ และหากหิวจัด เลือดจะลดลงเรื่อย ๆ
แผนที่ของ Zeverland จะเต็มไปด้วยซากเมืองเล็ก ๆ และเมืองใหญ่ที่มีซอมบี้เฝ้าหนาแน่น แต่จุดเด่นคือ “หมอกพิษสีแดงแดง” ที่ปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของแผนที่ (รวมถึงหอคอยที่ผมต้องไปเปิดสัญญาณเรียกผู้รอดชีวิต) ในหมอกนี้จะมีซอมบี้ที่แข็งแกร่งกว่าปกติ และมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงของซอมบี้แล้ว คุณจำเป็นต้องมี หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ ที่มีตัวกรองจำกัดในการลุยโซนนี้ ทำให้ทุกการเดินทางมีเวลานับถอยหลังเสมอ

จะยอมตาย หรือ กลายพันธุ์เป็นซอมบี้?
สิ่งที่ยากที่สุดในการไปให้ถึงเมืองหมอกในการทดสอบของผมคือ “การหาน้ำมัน” สำหรับเติมรถ เพราะการเดินเท้าลุยหมอกที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ดุร้ายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขาไปหอคอยนั้นง่ายกว่าขากลับ เพราะหน้ากากกรองอากาศของผมหมดลงพอดี มันกลายเป็นการซิ่งรถดับเพลิงหนีตายออกจากโซนหมอกก่อนที่จะโดนพิษตาย ผมหนีไม่พ้น… แต่แทนที่จะตายทันที เกมกลับมอบทางเลือกที่น่าสนใจมากให้: จะเลือกเกิดใหม่ตามปกติ หรือ จะยอมกลายร่างเป็นซอมบี้ ?
ตอนนั้นผมปฏิเสธเพื่อที่จะเคลียร์เควสต์ให้จบก่อนหมดเวลาทดสอบ แต่ระบบ “การกลายพันธุ์เป็นศัตรู” นี้ทำให้ผมคิดถึงมันหลังจากเล่นจบ จากข้อมูลที่ทราบมา คุณสามารถเติบโตและกลายพันธุ์ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่คุณกินเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นสัตว์, ซอมบี้ตัวอื่น หรือแม้กระทั่งผู้เล่นคนอื่น! แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเราจะใช้ชีวิตเป็นซอมบี้ได้นานแค่ไหน (เช่น ทิ้งฐานที่สร้างมาทั้งหมดแล้วเป็นซอมบี้ถาวรเลยได้ไหม?)
บทสรุปจากการพรีวิว
ยังมีคำถามอีกมากที่น่าค้นหาใน Zeverland เช่น ความท้าทายในระดับเลเวลสูง ๆ จะเป็นอย่างไร? ระบบ Co-op จะมีโหมดอะไรพิเศษนอกจากการเล่นกับเพื่อนไหม? และ… ผมต้องเอา “อุจจาระ” มากมายที่เก็บได้ไปทำอะไร?
แม้ว่า Zeverland จะมีความน่าเบื่อในแบบที่เกมแนวเอาชีวิตรอดซอมบี้ทั่วไปเป็น (เช่น การต้องคอยฟาร์มของและหาอาหาร) แต่มันก็มีความสนุกและสร้างสรรค์ในแบบที่เกมอื่น ๆ ไม่มี คำถามคือ: มันจะดีพอที่จะดึงคุณออกจากเกมเอาชีวิตรอดเกมโปรดในปัจจุบันของคุณได้หรือไม่?
แปลและเรียบเรียงจากบทความของ Jarrett Green จากเว็บไซต์ IGN
แหล่งข้อมูล : ign.com/articles/zeverland-first-hands-on-preview







